Journal of A Medical Intuitive, ตอนที่ 6: แม่ธรณี โดย เจนนิเฟอร์ ลิซ่า เวสต์, วันที่ 9 เมษายน 2020 (Thai)

Journal of A Medical Intuitive, Episode 6: Mother Earth
Jennifer Lisa Vest, April 9th, 2020

Journal of A Medical Intuitive, ตอนที่ 6: แม่ธรณี
โดย เจนนิเฟอร์ ลิซ่า เวสต์, วันที่ 9 เมษายน 2020


Hello, welcome to “Journal of a medical intuitive. I'm your host. Dr. Jennifer Lisa Vest, Medical Intuitive and this is episode 6 looking once again at the Coronavirus.

สวัสดียินดีต้อนรับสู่ “Journal of a medical intuitive” ฉันเป็นผู้ดำเนินรายการของคุณ ดร. เจนนิเฟอร์ ลิซ่า เวสต์, Medical Intuitive และนี่คือตอนที่ 6 ซึ่งจะมาดูเรื่อง ไวรัสโคโรน่า อีกครั้ง

We're listening to some music from the Nature Healing Society on YouTube. They have some wonderful videos where you can watch nature scenes while you listen to relaxing music. I highly recommend them for stress release in these stressful times.

เรากำลังฟังเพลงจาก Nature Healing Society บน YouTube พวกเขามีวิดีโอที่ยอดเยี่ยมบางตัวที่คุณสามารถรับชมฉากธรรมชาติในขณะที่คุณกำลังรับฟังดนตรีผ่อนคลาย ฉันขอแนะนำพวกมันเพื่อช่วยคลายเครียดในช่วงเวลาที่เคร่งเครียดนี้

The Atmosphere is Clearing
บรรยากาศกำลังชำระล้าง

So I got another transmission yesterday on April 9th and the first guide I heard from was the Sun and so the beginning of the transmission was coming from the Sun and what I was shown was that there's a lot less pollution around the Earth right now and the Sun actually mentioned that there were fewer “PPI’s” -particles per inch- of pollution. There is less pollution because there are less of us humans out producing pollution and it's affecting the atmosphere in a positive way. And one of the results of that ,according to the sun, is that there is more sun energy, more healing energy that's hitting the planet which is good for the whole planet. Its good for the plants and animals and it's good for us.

ฉันได้รับการสื่อสารอีกครั้งเมื่อวานนี้ ในวันที่ 9 เมษายนและคำแนะนำแรกที่ฉันได้ยินมาจากดวงอาทิตย์ การเริ่มต้นของการสื่อสารครั้งนี้จึงมาจากดวงอาทิตย์ และสิ่งที่ฉันได้รับรู้ก็คือมีมลพิษรอบโลกน้อยลงมากในขณะนี้และ จริง ๆ แล้วดวงอาทิตย์กล่าวว่ามี PPI หรือหน่วยความหนาแน่นของมลพิษ ลดน้อยลง เพราะมนุษย์เราผลิตมลพิษน้อยลงและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในทางที่ดี และหนึ่งในผลของสิ่งนั้นตามที่ดวงอาทิตย์กล่าวก็คือ มีพลังงานจากดวงอาทิตย์มากขึ้น พลังงานในการรักษาเยียวยาที่พุ่งมายังโลกมากขึ้น ซึ่งดีต่อทั้งโลก มันดีสำหรับพืชและสัตว์ต่างๆและมันดีสำหรับเรา

And, what the sun was saying is that the sun is kind of the Higher Self of Mother Earth. The sun is an energy source for Mother Earth. In the same way that we as humans have a Higher Self that we can access to receive energy, the Earth receives energy from the Sun. And so the fact that the sun is now able to send more healing energy to the Earth is really good for everybody. This one of the positive impacts of the global pandemic and quarantine.

และสิ่งที่พระอาทิตย์กำลังบอกก็คือ ดวงอาทิตย์เป็นตัวตนขั้นสูงของแม่ธรณี ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานสำหรับแม่ธรณี ในทำนองเดียวกับที่เราในฐานะมนุษย์มีตัวตนขั้นสูง(สิ่งศักดิ์สิทธิ์)ที่เราสามารถเข้าพึ่งเพื่อรับพลังงาน โลกเองก็ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ ดังนั้นความจริงที่ว่าตอนนี้ดวงอาทิตย์สามารถส่งพลังงานการรักษามายังโลกได้มากขึ้นนั้นดีสำหรับทุกคน นี่คือหนึ่งในผลกระทบเชิงบวกของการระบาดใหญ่ทั่วโลกและการกักตัว

The Wounds of Mother Earth
บาดแผลของแม่ธรณี

Next I was shown the Earth closer up and I got to actually hear from Mother Earth and what she was showing me and telling me was that she has a lot of wounds and she was showing me all of these red gashes on the planet. And I was asking her, ‘ what is causing these wounds?' and she said that it's mainly fires and mining/digging and pollution. So, she was showing the fires that we that we've been following for quite some time. They were fires in Australia and Brazil and she wasn't specifying any particular places, but just showing lots of different fires and lots of different places where the Earth's been dug up- mining for minerals. And then she was showing all of the pollution in the ocean and in the waterways.

จากนั้น ฉันได้รับการแสดงให้เห็นโลกในระยะใกล้มากขึ้นและฉันได้ยินเสียงจากแม่ธรณี และสิ่งที่เธอแสดงให้ฉันเห็นและบอกฉันคือ เธอมีบาดแผลมากมายและเธอแสดงรอยแดงบนโลกทั้งหมดให้ฉันเห็น และฉันถามเธอว่า“ อะไรทำให้เกิดบาดแผลเหล่านี้?” และเธอบอกว่าส่วนใหญ่เป็นไฟไหม้และการขุด/ทำเหมือง และมลพิษ ดังนั้นเธอจึงแสดงให้เห็นไฟไหม้ที่เราได้ติดตามข่าวมาระยะหนึ่งแล้ว พวกมันคือไฟในออสเตรเลียและบราซิลและเธอไม่ได้ระบุสถานที่ใด ๆ เพียงแต่ให้เห็นไฟไหม้ต่างๆมากมาย และสถานที่ต่าง ๆ มากมายที่พื้นโลกถูกขุดทำเหมืองแร่ต่างๆ จากนั้นเธอก็แสดงมลพิษทั้งหมดในมหาสมุทรและในเส้นทางน้ำต่างๆ

And although she was pointing out all of these wounds, she said, you know, the greatest wound to Mother Earth is not any of this. It's not the fires, the mining or the pollution. She said the greatest wound to Mother Earth is caused when her children fight with one another. She said all of these natural disasters and all of these injuries to Mother Earth could be healed if the people would stop fighting with one another and that that's her greatest wound.

และแม้ว่าเธอจะชี้ให้เห็นบาดแผลเหล่านี้ทั้งหมด เธอยังกล่าวว่า คุณรู้มั้ย แผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อแม่ธรณี ไม่ใช่อะไรที่ว่านี้ ไม่ใช่ไฟไหม้ การทำเหมืองหรือมลพิษ เธอบอกว่าบาดแผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแม่ธรณีนั้นเกิดขึ้นเมื่อลูก ๆ ของเธอต่อสู้กัน เธอกล่าวว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งหมดนี้และการบาดเจ็บทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับแม่ธรณีนั้นอาจหายได้หากผู้คนจะหยุดห่ำหั่นกัน และนั่นคือบาดแผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอ

What makes her the saddest is not what we do to Mother Earth, but we do to each other and that if we could stop fighting we would be able to heal all of these wounds on Mother Earth. They would all heal.
สิ่งที่ทำให้เธอเศร้าที่สุดไม่ใช่สิ่งที่เราทำกับแม่ธรณี แต่เป็นสิ่งที่เรากระทำต่อกันและกันและถ้าเราสามารถหยุดการต่อสู้ เราจะสามารถรักษาบาดแผลเหล่านี้ทั้งหมดบนแม่ธรณี พวกเขาทั้งหมดจะรักษา

Land Angels and A Global Path of Unity
เทพแห่งพื้นดินและเส้นทางแห่งความสามัคคีทั่วโลก

Next I was able to talk to some of the spirit beings and angels that are associated with land, who kind of look over and take care of some of the land on the earth. And what they were explaining to me is that throughout the planet there are these angels that look after different parts of the planet and they're responsible for different areas and they all work together. And so although each different Angel is responsible for a different territory, they are all together in a type of council and they consult with one another. They all have a United Vision. They're all seeking the same thing in terms of the beneficial thriving of the plants and animals and humans. These angels were all excited and they had all of this energy of excitement because what they were saying is that because all of these angels are already on a United path,.it is possible for us as humans to be on a United Path.

จากนั้น ฉันสามารถพูดคุยกับดวงจิตบางดวงและเทพบางองค์ที่เกี่ยวข้องกับพื้นดิน ผู้ปกป้องและดูแลแผ่นดินบางส่วนบนโลก และสิ่งที่พวกเขาอธิบายให้ฉันฟังก็คือทั่วทั้งโลกมีเทวดาเหล่านี้ที่คอยดูแลส่วนต่าง ๆ ของโลกและพวกเขารับผิดชอบพื้นที่ต่าง ๆ และพวกเขาทั้งหมดทำงานร่วมกัน ถึงแม้ว่าเทพแต่ละองค์ที่แตกต่างกันมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอาณาบริเวณ แต่พวกเขาก็อยู่ด้วยกันในสภาประเภทหนึ่งและพวกเขาก็ปรึกษาหารือกัน พวกเขาทุกคนมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน พวกเขากำลังแสวงหาสิ่งเดียวกันในแง่ของการเจริญเติบโตที่เป็นประโยชน์ต่อพืชสัตว์และมนุษย์ เทวดาเหล่านี้ทุกคนตื่นเต้นและพวกเขามีพลังงานแห่งความตื่นเต้นนี้เพราะสิ่งที่พวกเขาพูดก็คือเพราะเทวดาเหล่านี้ทั้งหมดอยู่บนเส้นทางแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว. มันเป็นไปได้สำหรับเราในฐานะมนุษย์ที่อยู่บนเส้นทางแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

As humans, we tend to think of ourselves as belonging to different territories and we tend to identify with those territories and to think that we have separate paths. You know: France has its own path and Brazil has its own path and the United States has its own path and Nigeria has its own path….right? So we make plans and decisions based on our beliefs that are particular to our country or state.They said that one of the positive side effects of this pandemic is that people are beginning to see that we have one Global Path- that we don't have separate paths. We're beginning to see that we are all sick.: you are sick and I'm sick, You are quarantined and I am quarantined. You are out of supplies. We are out of supplies. Let's work together. Let's take care of each other. And so there's this energetic of unity that's beginning to manifest on the planet as a result of this crisis.

ในฐานะมนุษย์เรามักจะคิดถึงตัวเองว่าเป็นคนของดินแดนที่แตกต่างกันและเรามักจะระบุตัวด้วยเขตดินแดนเหล่านั้นและคิดว่าเรามีคนละวิถีทาง คุณรู้ว่า: ฝรั่งเศสมีวิถีทางของตัวเองและบราซิลมีวิถีทางของตัวเองและสหรัฐอเมริกามีวิถีทางของตัวเองและไนจีเรียมีวิถีทางของตัวเอง…. ใช่ไหม? ดังนั้นเราจึงวางแผนและตัดสินใจโดยยึดตามความเชื่อของเราที่มีเฉพาะกับประเทศหรือรัฐของเรา พวกเขากล่าวว่าหนึ่งในผลข้างเคียงในทางบวกของการระบาดครั้งนี้คือผู้คนเริ่มเห็นว่าเรามีวิถีโลกเดียว เราไม่ได้มีคนละวิถีแยกต่างหาก เราเริ่มเห็นว่าเราทุกคนป่วย: คุณป่วยและฉันป่วย คุณถูกกักกันและฉันถูกกักกัน คุณไม่มีอุปกรณ์ เราของหมดแล้ว มาทำงานร่วมกันเถอะ. มาดูแลกันและกัน และดังนั้นจึงมีพลังแห่งเอกภาพที่เริ่มปรากฏขึ้นบนโลกอันเป็นผลจากวิกฤตครั้งนี้

The Monumental Event and Bullying Energy
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์และพลังการข่มเหงรังแก

Now, I asked about what I was shown in the last download about the Coronavirus Matrix and the Light Grid Matrix ( I discussed this in the last podcast) about how we have this Coronavirus energetic Matrix all over planet Earth and they explained that this was an out picturing of who we are as humans and it's tied to our tendency to be bullies and to do harm. And they had explained that the lightworkers and all the people who are wanting to heal and help out are in their own energetic Matrix- the Light Grid- and that these are two competing energetic matrices.

ตอนนี้ ฉันถามเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันได้รับรู้ในการส่งต่อข้อมูลครั้งล่าสุดเกี่ยวกับ บ่อเกิดไวรัสโคโรน่า และ บ่อเกิด Light Grid  (ฉันพูดถึงสิ่งนี้ใน Podcast ล่าสุด) เกี่ยวกับที่เรามีแหล่งกำเนิดพลังของไวรัสโคโรน่าอยู่ทั่วโลกและพวกเขาอธิบายว่านี่คือภาพสะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นใครในฐานะมนุษย์และมันเชื่อมโยงกับแนวโน้มของเราที่จะเป็นคนพาลและทำอันตราย และพวกเขาอธิบายว่า lightworkers และผู้คนทั้งหมดที่อยากเยียวยาและช่วยเหลืออยู่ในแหล่งกำเนิดพลังของตัวเอง - Light Grid - และพวกเขาเป็นแหล่งกำเนิดพลังสองประเภทที่กำลังแข่งขันกันอยู่

So this time they were showing that Coronavirus Matrix again and what they were showing this time was that those tubes (the pieces of the coronavirus that stick out from the circular spherical center) -all of these Souls were coming out of those tubes which was showing that all of these people are dying. On the planet and energetically what that means is that their souls are being ejected from this physical plane and going into another realm and you can actually see them coming out of the tube of the coronavirus. They were saying that there's a whole lot of people dying and this is a Monumental Event because of this acceleration of souls exiting. They said people are always dying and there are lots of people dying all the time all over the planet. But there are there are these events like this which are different from the way people usually die because they are situations where there's a sudden acceleration- where there's a whole lot of souls dying of the same thing very suddenly and without a lot of warning and it's a certain kind of death when you die in a very large group and you die all at once. This happens with wars that it happens with genocide and It happens with plagues and natural disasters where a whole lot of people die together kind of unexpectedly.

ดังนั้นครั้งนี้พวกเขาแสดงให้เห็นถึง แหล่งกำเนิดไวรัสโคโรน่าอีกครั้งและสิ่งที่พวกเขาแสดงในครั้งนี้ก็คือท่อเหล่านั้น (ส่วนต่างๆ ของ coronavirus ที่ยื่นออกมาจากศูนย์กลางทรงกลม) - วิญญาณเหล่านี้ทั้งหมดออกมาจากท่อเหล่านั้น ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ทั้งหมดกำลังจะตาย  บนโลกนี้และในทางพลังงานนั่นหมายถึงว่าวิญญาณของพวกเขาถูกขับออกจากระนาบทางกายภาพนี้และไปสู่อาณาจักรอื่น และคุณสามารถเห็นพวกเขาออกมาจากท่อของ coronavirus พวกเขากำลังบอกว่ามีผู้คนจำนวนมากกำลังจะตายและนี่คือเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ เพราะความเร่งของดวงวิญญาณที่ออกไป

They said people are always dying and there are lots of people dying all the time all over the planet. But there are there are these events like this which are different from the way people usually die because they are situations where there's a sudden acceleration- where there's a whole lot of souls dying of the same thing very suddenly and without a lot of warning and it's a certain kind of death when you die in a very large group and you die all at once. This happens with wars that it happens with genocide and It happens with plagues and natural disasters where a whole lot of people die together kind of unexpectedly.

พวกเขากล่าวว่า ผู้คนกำลังตายอยู่เสมอและมีผู้คนมากมายที่ตายตลอดเวลาทั่วโลก แต่มีพวกเหตุการณ์เช่นนี้ซึ่งผิดแผกจากการตายทั่วไปเพราะพวกมันเป็นสถานการณ์ที่มีความเร่งฉับพลัน - ซึ่งมีวิญญาณจำนวนมากกำลังจะตายจากสิ่งเดียวกันอย่างกระทันหันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า และมันเป็น ความตายประเภทที่คนตายในกลุ่มใหญ่มากและคนตายกันหมดในคราวเดียว  สิ่งนี้เกิดขึ้นกับสงครามที่เกิดขึ้นกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และมันเกิดขึ้นจากพิบัติภัยและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ผู้คนจำนวนมากตายพร้อมกันอย่างคาดไม่ถึง

So this is happening and they said that it's happening all over the planet. And so while it may appear that some countries are worse off than other countries what they said is that if you look at the whole planet, there's a symmetry and there's the same amount of people who are dying from this disease throughout the planet and it's not by country, but by region. If you divide the earth into 12 regions,.you will see that there is an equal number of people passing from each region. And so it's symmetrical but the rates of passing very and so sometimes in one country. there are a lot more people that are dying or in one city a lot more people are dying than another city. There are changes and acceleration. But overall there is an equal number of people dying throughout the world throughout the different regions.

ดังนั้นสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นและพวกเขาบอกว่ามันเกิดขึ้นทั่วโลก และในขณะที่อาจปรากฏว่าบางประเทศแย่กว่าประเทศอื่นๆ สิ่งที่พวกเขาพูดคือถ้าคุณดูทั้งโลก จะพบว่ามีความสมมาตรอยู่ และมีจำนวนคนที่กำลังจะตายจากโรคนี้พอๆ กันทั่วทั้งโลก และไม่ใช่ ตามแต่ละประเทศ แต่ตามภูมิภาค หากคุณแบ่งโลกออกเป็น 12 ภูมิภาค คุณจะเห็นว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตเท่ากันจากแต่ละภูมิภาค และดังนั้นมันจึงสมมาตรแต่อัตราการตายมากมายและบางครั้งในประเทศเดียว มีผู้คนจำนวนมากที่กำลังจะตายหรือในเมืองหนึ่งมีคนกำลังจะตายมากกว่าอีกเมือง มีการเปลี่ยนแปลงและการเร่งความเร็ว แต่โดยรวมมีผู้คนจำนวนมากที่เสียชีวิตไปทั่วโลกในภูมิภาคต่างๆ

So what they wanted to point out is that this condition does not favor a region right now. There are countries who think that they are better off than other countries or cities that think that they are better off than other cities. But that does not seem to be the case according, to my guides. Instead what is relevant to death rates is this whole aspect of bullying. As they explained in an earlier download (see podcast 4) The Coronavirus is associated with bullying energy so that those who are most vulnerable to the coronavirus are those who are most vulnerable to bullying. So, people who are members of the most oppressed populations, we are also seeing that they have really high rates of death from the Coronavirus. But the guides pointed out that bullies are also vulnerable.

ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องการชี้ให้เห็นก็คือสภาพเงื่อนไขเช่นนี้ไม่ได้ช่วยเขตปกครองเลยตอนนี้ มีหลายประเทศที่คิดว่าตนเองดีกว่าประเทศอื่นหรือเมืองอื่นที่คิดว่าตนเองดีกว่าเมืองอื่น แต่นั่นไม่เห็นจะเป็นจริงตามคำแนะนำของฉัน สิ่งที่สัมพันธ์กับอัตราการตายกลับเป็นลักษณะโดยรวมของการข่มเหงรังแก ดังที่อธิบายไว้ในข้อมูลที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ (ดูพอดคาสต์ 4) ไวรัสโคโรน่า เกี่ยวข้องกับพลังงานของการข่มเหงรังแก ดังนั้น ผู้ที่เปราะบางต่อไวรัสโคโรน่าที่สุดนั้น คือผู้ที่เสี่ยงต่อการถูกรังแกมากที่สุด ดังนั้นคนที่เป็นสมาชิกของกลุ่มประชากรที่ถูกกดขี่มากที่สุด เราจะเห็นว่าพวกเขามีอัตราการเสียชีวิตสูงจากโคโรนาไวรัส แต่ผู้ให้คำแนะนำชี้ให้เห็นว่าผู้รังแกก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

I specifically asked about the high rates of mortality among the Native Americans in the United States and the African-Americans. They're dying disproportionately at much higher rates than other groups. They explained it's because of this bullying energy of coronavirus. Those who have been bullied the most are most susceptible. And I asked does that mean that those people who are the bullies are also most susceptible and they said yes. They said you will see. And thats all they said because they said we don't want to talk about who's going to die and who's not going to die. But I guess they did want to explain a little bit about these different rates of mortality because we have questions.

ฉันถามโดยเฉพาะเกี่ยวกับอัตราการตายสูงในหมู่ชาวอเมริกันพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกาและชาวแอฟริกัน - อเมริกัน พวกเขากำลังตายในอัตราที่สูงกว่ากลุ่มอื่นมากอย่างไม่สมส่วน พวกเขาอธิบายว่าเป็นเพราะพลังงานจากการกลั่นแกล้งของไวรัสโคโรน่า ผู้ที่ถูกข่มเหงมากที่สุดนั้นอ่อนแอที่สุด และฉันถามว่านั่นหมายความว่าคนที่เป็นผู้ข่มเหงนั้นเป็นคนที่อ่อนไหวที่สุดเช่นกันใช่มั้ย และพวกเขาก็ตอบว่าใช่ พวกเขาบอกว่าคุณจะเห็น และนั่นคือทั้งหมดที่พวกเขาพูด เพราะพวกเขาบอกว่าเราไม่ต้องการพูดถึงว่าใครจะตายและใครจะไม่ตาย แต่ฉันคิดว่าพวกเขาต้องการอธิบายเล็กน้อยเกี่ยวกับอัตราการตายที่แตกต่างกันนี้ เพราะเรามีคำถาม

The Great Water Purification Ritual
พิธีทำให้น้ำบริสุทธิ์น้ำครั้งยิ่งใหญ่
So I asked what could we do? And they said we can engage in water purification rituals and they said for some people this can happen now and other people will have to wait until the quarantine is over in their region, but they recommend that we immerse ourselves in water as much as possible. If there's rain or snow where you are to walk in the rain and snow if you have access to a waterway, a river or stream to go bathe in it.

ฉันจึงถามว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง และพวกเขากล่าวว่าเราสามารถมีเข้าร่วมในพิธีชำระล้างได้ และพวกเขากล่าวว่า สำหรับบางคนสิ่งนี้สามารถทำได้เลยในตอนนี้ ส่วนคนอื่น ๆ จะต้องรอจนกว่าการกักตัวของพวกเขาจะสิ้นสุดลงในเขตพื้นที่ของพวกเขา แต่พวกเขาแนะนำให้เราพาตัวเองดื่มด่ำกับน้ำให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ถ้ามีฝนหรือหิมะในที่ที่คุณอยู่ ก็เดินในสายฝนและหิมะ หากคุณสามารถเข้าถึงทางน้ำ แม่น้ำหรือลำธาร ก็ไปอาบน้ำในนั้น

Obviously if you're under quarantine, you're not supposed to go to the beach then don’t go. Those people will have to wait until after the quarantine is over. But they said you can also use water at home for purification. And after talking about the water purification, they were pointing something else interesting out. They said there's going to be a lot of rain and precipitation in the wake of this pandemic. There's going to be a lot of water-possibly some floods- some of the streams and rivers might overflow and some of the shorelines might change.
แน่นอนว่าถ้าคุณอยู่ภายใต้การกักตัว, คุณไม่ได้รับอนุญาติให้ไปที่ ชายหาดก็อย่าไป ผู้คนจะต้องรอจนกระทั่งหลังจากการกักตัวสิ้นสุดลง แต่พวกเขาบอกว่าคุณสามารถใช้น้ำที่บ้านเพื่อการชำระล้าง หลังจากพูดคุยเกี่ยวกับการทำน้ำให้บริสุทธิ์ พวกเขาก็ชี้ให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจ พวกเขากล่าวว่าจะมีฝนตกชุกและเกิดฝนตกหลังจากการระบาดใหญ่ครั้งนี้ จะมีน้ำมาก - อาจเกิดน้ำท่วม - ลำธารและแม่น้ำบางสายอาจไหล่บ่าและชายฝั่งบางแห่งอาจเปลี่ยนแปลง

And we are not to become alarmed about this because this is a part of the purification process that is happening right now. Mother Earth is becoming purified and this was discussed in the last episode where all the plants and animals are getting healthy now because of the absence of the humans. This is also what's happening to the water. The atmosphere is getting clean now and the rain is cleaner and now the waterways are going to start to clean themselves and they said, you know, we have to trust Mother Nature knows what she's doing. We have to trust and not become alarmed if we see changes in the weather.This water cleansing, this water purification, that's happening is going to benefit all of us. We are all going to benefit from it either now or in the future.

และเราไม่ต้องตื่นตระหนกเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะนี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้  แม่ธรณีกำลังชำระล้างและสิ่งนี้ถูกพูดคุยในตอนที่แล้ว ที่พืชและสัตว์ทุกชนิดมีสุขภาพดีในขณะนี้เนื่องจากการหยุดกิจกรรมของมนุษย์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้ำ บรรยากาศตอนนี้กำลังสะอาดและฝนก็สะอาดขึ้นและตอนนี้สายน้ำก็กำลังจะเริ่มทำความสะอาดตัวเอง แล้วพวกเขาก็บอกว่า คุณรู้ไหม เราต้องวางใจว่าแม่ธรรมชาติรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ เราต้องเชื่อใจและไม่ตื่นตระหนกหากเราเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การล้างด้วยน้ำ การทำน้ำให้บริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน เราทุกคนจะได้รับประโยชน์จากมันไม่ว่าจะในตอนนี้หรือในอนาคต

A Shortage of Love
การขาดแคลนความรัก

And finally I asked. for some guidance on the suffering- especially the suffering that people are experiencing from the lockdowns and the shortages. We have people suffering because they're getting sick and they're dying or their family members are dying or they can't visit their family members when the family members are sick or dying or dead. But we also have people suffering just as a result of the lockdown, you know, there are people in India who walking for hundreds of miles to try to get home and some people are dying.just trying to get home to a place where they have food. And so I wanted to know and I asked.

Mother Earth and the angels about this.
และในที่สุดฉันก็ขอคำแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับความทุกข์ - โดยเฉพาะความทุกข์ที่ผู้คนกำลังประสบจากการล็อคดาวน์และความขาดแคลน เรามีคนที่กำลังเป็นทุกข์เพราะพวกเขากำลังป่วยและพวกเขากำลังจะตาย หรือสมาชิกในครอบครัวของพวกเขากำลังจะตาย หรือพวกเขาไม่สามารถไปเยี่ยมสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาเมื่อสมาชิในครอบครัวป่วยหรือกำลังจะตายหรือตาย แต่เราก็มีคนที่ทุกข์ทรมานจากการถูกล็อคดาวน์ คุณรู้ไหมมีคนในอินเดียที่เดินไปหลายร้อยไมล์เพื่อพยายามกลับบ้านและบางคนกำลังจะตาย เพียงพยายามกลับบ้านไปยังที่ที่พวกเขามีอาหาร. ดังนั้นฉันอยากรู้และฉันถามแม่ธรณีและเทพเกี่ยวกับเรื่องนี้

And what they said was we have to stop fighting for resources and basic goods and they said there is no shortage of resources. There's only a shortage of Amity, a shortage of generosity, and a shortage of Sister-Brotherhood. They said there's a shortage not of goods But a shortage of love. And if we can address that shortage of love, then the suffering will end. Because that will eliminate the forces- the competitive forces that are currently creating the shortages of goods.
So we have a theme that kind of kept recurring in this transmission about love and about not fighting with one another.

และสิ่งที่พวกเขาพูดก็คือเราต้องหยุดต่อสู้แย่งชิงทรัพยากรและสินค้าพื้นฐานและพวกเขากล่าวว่าไม่มีปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร มีเพียงการขาดแคลนไมตรี การขาดแคลนน้ำใจ และการขาดแคลนความเป็นพี่น้อง พวกเขากล่าวว่ามีปัญหาการขาดแคลนไม่ใช่ของสินค้า แต่ขาดความรัก และถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนความรัก ความทุกข์ก็จะสิ้นสุดลง เพราะนั่นจะกำจัดแรงขับ - พลังการแข่งขันที่กำลังสร้างปัญหาการขาดแคลนของสินค้า ดังนั้นเราจึงมีท่วงทำนองซึ่งค่อนข้างเกิดขึ้นซ้ำๆในช่วงเปลี่ยนผ่าน เกี่ยวกับความรักและเกี่ยวกับการไม่ต่อสู้กับผู้อื่น

And.I know that some people may feel like that doesn't sound like a treatment. Its not a medicine and some people are waiting for me to talk about what they can take , what is the cure, and I haven't been getting information about what's the cure for Coronavirus. I've been getting information about what we can do or what we're being called to do as a result of this pandemic and what we are being called to do is to move away from the Bullying energy, the victimization energy, the focus on victimizing or being victimized. And we're also being called to come together and to begin to see ourselves as ONE.

และฉันรู้ว่าบางคนอาจรู้สึกว่านั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนการรักษา มันไม่ใช่ยาและบางคนกำลังรอให้ฉันพูดถึงสิ่งที่พวกเขาเอาไปได้ สิ่งที่เป็นการฟื้นฟูรักษา  และฉันไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาไวรัสโคโรน่า ฉันได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เราสามารถทำได้หรือสิ่งที่เราถูกเรียกร้องให้ทำอันเป็นผลของระบาดใหญ่ครั้งนี้ และสิ่งที่เราถูกเรียกร้องให้ทำก็คือการเคลื่อนออกจากพลังงานการข่มเหงรังแก พลังงานการตกเป็นเหยื่อ การเพ่งเล็งไปที่การทำร้ายหรือการตกเป็นเหยื่อ และเราก็ถูกเรียกให้มารวมกันและเริ่มมองตัวเราเองในฐานะ หนึ่งเดียวกัน

To begin to help one another. And to recognize that we are all on one Global Path and this is being given as advice for how to treat this condition.As a people. As a planet. Thank you. Please stay safe. Stay home take care of yourselves and take care of the people that you can take care of. And I will talk to you again.

This is Dr. Vest, Medical intuitive and you've been listening to Journal of a Medical Intuitive.
เพื่อที่จะเริ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเพื่อรับรู้ว่าเราทุกคนอยู่บนวิถีโลกเดียวกัน และนี่ก็คือคำแนะนำสำหรับวิธีการปฏิบัติต่อสภาพเช่นนี้ในฐานะประชาชน ในฐานะโลก ขอบคุณค่ะ. โปรดอยู่อย่างปลอดภัย อยู่บ้านดูแลตัวเองและดูแลคนที่คุณสามารถดูแลได้ และฉันจะมาพูดคุยกับคุณอีกครั้ง นี่คือดร. เวสต์ ญาณทางการแพทย์และคุณกำลังรับฟัง วารสารการแพทย์ที่ชาญฉลาด

Comments

Popular posts from this blog

Journal of a Medical Intuitive, Episode 7: Talking to the Coronavirus (English)

Journal of a Medical Intuitive, Episode 6: Coronavirus and Mother Earth (English)

Эпизод 7. Диалог с Вирусом (JOMI Episode 7 Russian translation)